ก่อสร้าง ปรับปรุง ต่อเติม ซ่อม บ้านและอาคารทุกขนาด

คลิ๊กเพื่อเลือกดูแบบบ้าน
คลิ๊กเพื่อดูผลงานที่ผ่านมา
|
ปรัชญาของเราคือ สร้างบ้าน พร้อมสร้างความสุข
เพราะบ้าน เป็นที่พักพิงตลอดชีวิต เราจึงสร้างด้วยความพิถีพิถัน ตามหลักวิชาวิศวกรรม บ้านท่านจึงมั่นคงแข็งแรง ถูกใจทุกคนในบ้าน อยู่อย่างมีความสุขสันต์ รื่นรมย์ไม่ต้องซ่อม ไม่ต้องแก้ไข ไม่ต้องกลุ้มใจ เรียกว่าได้บ้าน พร้อมทั้งได้ความสุข
เราเติบโตมาด้วยฝีมือ และความซื่อสัตย์ มานานร่วม 30ปี
***ความแตกต่างระหว่างเรากับผู้รับเหมาทั่วไป
n มีทีมงานมืออาชีพ มีวิศวกร หัวหน้าช่างของตนเอง ไม่จ้างผู้รับเหมาช่วง มารับช่วงต่อ ทำให้การควบคุมงานยากลำบาก (งานไม่เป็นไปตามสัญญา)
n ในระหว่างประกัน หรือหลังประกันเรายินดีให้คำแนะนำดูแล มีการบริการหลังการก่อสร้างสม่ำเสมอ
n เราแบ่งแยกทีมงานเฉพาะด้าน เช่น งานสร้างบ้าน
n งานสร้างโรงงาน งานสร้างอาคารใหญ่-อพาร์เมนท์
n อาคารพาณิชย์ งานปรับปรุงต่อเติม เพื่อให้ช่างที่ชำนาญงานทำงานที่ตนถนัด
n บริการครบเครื่องอย่างมืออาชีพ
n หากเจ้าของต้องการ ก็รับงาน ทั้งก่อสร้าง ตกแต่งภายใน(build in)
n งานตกแต่ง ออกแบบสวน
***เราให้บริการเรื่องใดบ้าง
***เราให้บริการเรื่อง ออกแบบบ้าน ให้ใหม่ หรือเพื่อความรวดเร็วเรามีแบบบ้านสำเร็จรูปสวยหรู เลือกได้ทุกรสนิยม ทุกสไตล์ ทุกขนาดพื้นที่ ทุกระดับราคา
*** หากท่านต้องการความรวดเร็ว และประหยัด เรามีแบบบ้าน รวม100 กว่าแบบ
มีให้ท่านเลือกตามความต้องการ เช่น แบบบ้าน โมเดิร์น(Modern ) แบบโอเรียนทัล(Oriental ) แบบคลาสสิค(Classic ) แบบพื้นเมืองประยุกต์ (Tradition)
ขนาดพื้นที่ ตั้งแต่ขนาด 50 ตารางวา 190 ตารางวา ขึ้นไป (สำหรับแบบบ้านที่ออกแบบใหม่ ไม่จำกัดเนื้อที่)
พื้นที่ใช้สอย ตั้งแต่ 50- 500 ตารางเมตร ขึ้นไป
ราคา ตั้งแต่ 1,000,000 -5,000,000 บาทขึ้นไป
***เรารับก่อสร้างปรับปรุงบ้าน 1-3 ชั้นขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ อาคารสูง อาคารขนาดเล็ก ; ใหญ่ ทาวเฮาส์ อพาร์ทเมนท์ โรงงานทุกขนาด , บริหารโครงการต่างๆตั้งแต่ต้นจนจบสมบูรณ์ จนท่านพึงพอใจ
***รับภาระเรื่องติดต่อบริการสินเชื่อกับสถาบันการเงิน
รับภาระในเรื่องการเสนอขอรับสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์โดยท่านไม่ต้องกังวล
ดูตัวอย่างแบบบ้าน และผลงานบางส่วนของเราก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ ที่ เวบไซต์ www.thaiassethome.com
หากต้องการแบบบ้านเพิ่มเติม โปรดเรียกเรา
คุณแขก 083-2937793 โทร/โทรสาร 02-9329378 email :
prasit87@yahoo.com prasit87@yahoo.com prasit87@yahoo.com prasit87@yahoo.com prasit87@yahoo.com prasit87@yahoo.com prasit87@yahoo.com prasit87@yahoo.com ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไอ ที คอมเนต
โปรดดูตัวอย่างผลงาน และคลิกดูรูปแบบบ้านใน http://www.thaiassethome.com เรื่องรับเหมาก่อสร้าง-ต่อเติม
การประมาณราคาในเบื้องต้น มีหลักการคิดอย่างไร
การประมาณราคาก่อสร้างต่อไปนี้ เป็นการคำนวณยึดหลักคุณภาพ สามารถยืดหยุ่นได้ตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง ราคาโดยประมาณมี ดังนี้
ราคานี้ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามราคาสินค้าในท้องตลาด แบบแปลน
1.อาคารโรงงาน ประมาณ 5,500 - 7,500 บาท / ตรม. (ทุกข้อขึ้นอยู่กับรายละเอียดอื่นๆที่ท่านเลือก) 2.อพาร์ตเมนต์ ประมาณ 7,500 - 12,000 บาท / ตรม. 3.บ้านเดี่ยว ประมาณ 9,500 - 15,000 บาท/ตรม. ที่ท่าน4.อาคารทั่วไป ประมาณ 6,500 - 10,000 บาท/ตรม. 5.โรงแรม ประมาณ 12,000 - 22,000 บาท/ตรม.
อย่างไรก็ตามเรายินดีทำตามความต้องการของท่าน ทั้งวงเงินงบประมาณ รูปแบบ วัสดุก่อสร้าง ความสอดคล้องกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมของธรรมชาติ
ปัญหาอันอาจเกิดขึ้นจากการจ้างช่างราคาถูกเกินไป
(ขอเน้นว่าถูกจนเกินไป)
*** ผู้รับเหมาสร้างแบบหมกเม็ด ใช้วัสดุไม่ตรงตามสเปค หรือไม่ได้ตามมาตรฐาน บ้านจะมีอายุสั้น ชำรุด แตกร้าวง่าย เสียเงินค่าซ่อม แก้ไขมากกว่าเดิม
*** เบิกเงินแล้วทิ้งงาน เพราะขาดทุน หรือทำงานด้วยช่างที่ ไม่ชำนาญงาน ต้องจ้างช่างมาเก็บงานต่อ เสียเงินมากกว่า
*** จ้างคนงานที่ราคาถูก ไม่มีฝีมือ (ช่างใหม่) มารับเหมาช่วงแทน ไม่มีวิศวกรควบคุมใกล้ชิด งานไม่ตรงตามข้อตกลง
แต่เรากล้ารับประกันผลงาน(เมื่อก่อสร้างรับประกันโครงสร้างถึง 5 ปี บ้าน) เช่น
การรับประกันคุณภาพ สำหรับบ้านสร้างใหม่
*** เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพ เราจึงกล้าประกัน
1 อาคารที่เป็นโครงสร้างหลักของบ้าน รับประกัน 5 ปี ทั้งนี้ไม่รวมงานถนนและพื้นที่ถ่ายน้ำหนักลงบนดินโดยตรง แต่ไม่มีผลและเป็นอันตรายต่อความแข็งแรงและผู้อยู่อาศัย 2 รับประกันคุณภาพทั่วไป 5 ปี ทั้งนี้ไม่รวมงานวัสดุอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานหรือการใช้งานผิดประเภท 3 รับประกันกำจัดปลวกและแมลง 3 ปี โดยตัวแทนของบริษัทกำจัดปลวก 4 รับประกันการมุงกระเบื้องหลังคา 5 ปี 5รับประกันพื้นลามิเนต 10 ปี 6 รับประกันการเกิดสนิมโครงหลังคา 10 ปี
การบริการด้านสินเชื่อ
เรายินดีที่จะบริการติดต่อประสานงานกับธนาคารเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ท่าน โดยมีธนาคารที่พร้อม บริการและให้การสนับสนุน โดยมีหลักเกณฑ์พิจารณาเบื้องต้น ดังต่อไปนี้ 1 ที่ดินต้องไม่ติดภาระผูกพันใด ๆ กรณีที่มีผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมจะต้องยินยอมและจดจำนองเป็นผู้กู้ร่วม 2 ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะต้องจำนองไว้กับธนาคาร และท่านจะต้องทำประกันอัคคีภัยพร้อมชำระค่าประกันกับ บริษัทประกันที่ธนาคารเป็นผู้แนะนำ 3 ท่านควรมีรายได้ต่อเดือน (รวมรายได้คู่สมรส) ประมาณ 3 เท่าของเงินที่จะต้องผ่อนชำระแต่ละเดือน เช่น ผ่อนชำระธนาคารเดือนละ 10,000 บาท ควรต้องมีรายได้ประมาณ 30,000 บาท
เราทำงานอย่างไรจึงสำเร็จตามกำหนดเวลา งบไม่บานปลาย
มีการวางแผน (Planning) คือการวางแนวทางปฏิบัติในอนาคต งานจะประสบผลสำเร็จได้ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อาจประกอบไปด้วยแผนงาน ดังนี้
1 แผนงานที่ใช้ในการควบคุมงานก่อสร้าง หมายถึง แผนงานซึ่งแสดงรายละเอียดของงานต่าง ๆ โดยจัดเรียงลำดับขึ้นตอนการทำงานก่อน หลัง แผนงานที่นิยมใช้ควบคุมงานส่วนมากได้แก่ BARCHART, CPM, PERT เป็นต้น
2 แผนงานที่ใช้ในการควบคุมบุคลากรในโครงการ (Linear Responsibility Chart หรือ LRC.) หมายถึง แผนงานซึ่งใช้ในการควบคุมบุคลากร เพื่อกำหนดตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบ เป็นการป้องกันปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน ทำงานผิดพลาด 3 แผนงานที่ใช้ในการควบคุมการใช้จ่ายเงินในโครงการ หมายถึง แผนงานที่ใช้ในการบริหารด้านการเงินในโครงการ 4 แผนงานในการใช้เครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ในกรณีที่มีการทำการก่อสร้าง และจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรกลในการก่อสร้าง
โปรดให้โอกาสเรารับใช้ท่าน ในเรื่องสร้างบ้าน แล้วท่านก็ได้ทั้งบ้าน และได้ทั้งความสุขไปด้วย
กรุณาติดต่อที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไอ ที คอมเนต คุณแขก 083-2937793 083-9143313 หรือชมเวบไซต์ของเราที่
www.thaiassethome.com
โทร/โทรสาร 02-9329378 email :
prasit87@yahoo.com prasit87@yahoo.com prasit87@yahoo.com prasit87@yahoo.com prasit87@yahoo.com prasit87@yahoo.com prasit87@yahoo.com prasit87@yahoo.com
|
|
รู้เรื่องการสร้างบ้าน ถ้าที่ดินติดคลอง ติดแม่น้ำ ติดทะเล จะทำอย่างไร
การสร้างบ้านติด แม่น้ำ ลำคลอง หรือทะเล ตามกฎหมาย การสร้างบ้าน นั้นมีกฎข้อห้ามการสร้างบ้านไว้ เพื่อปกป้อง หรือป้องกัน ความสูญเสีย และเสียหายต่อธรรมชาติ ซึ่งกฎหมายได้ระบุห้ามก่อสร้างไว้ ดังนี้
- การสร้างบ้าน ติดแหล่งน้ำสาธารณะที่แคบกว่า 10 เมตร ต้องสร้างบ้านห่างจากเขตอย่างน้อย
3 เมตร
- การสร้างบ้าน ติดแหล่งน้ำสาธารณะที่กว้างกว่า 10 เมตร ต้องสร้างบ้านห่างจากเขตอย่างน้อย
6 เมตร
- การสร้างบ้าน ติดแหล่งน้ำสาธารณะที่ใหญ่ๆ เช่น ทะเลสาบ หรือทะเล นั้น ต้องสร้างบ้านห่างจากเขตอย่างน้อย 12 เมตรแต่ในบางกรณียังสามารถก่อสร้างติดกับแหล่งน้ำได้ แต่ก็ต้องขออนุญาตก่อสร้างก่อน เช่น สะพาน เขื่อน รั้ว ท่าเรือ ป้าย อู่เรือ คานเรือ เป็นต้น
การดู ฮวงจุ้ย ด้วยตนเองอย่างง่ายๆ
การสร้างบ้านในปัจจุบัน ผู้ปลูกบ้านบางรายให้ความสำคัญกับการดู ฮวงจุ้ย หรือทิศทางของตัวบ้านก่อนสร้างบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องต่างๆ หรือการหันหน้าของตัวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะจ้างซินแสที่เชี่ยวชาญหรือมีชื่อเสียงในการดู ฮวงจุ้ย แต่ซึ่งก็มีบางรายก็สามารถดู ฮวงจุ้ย ได้เองแบบคร่าวๆ หรือดูแบบชาวบ้านๆ พอสรุปได้ง่ายๆ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
- ที่ดินไม่ควรอยู่ในทิศที่มีถนนวิ่งเข้าหา
- ที่ดินไม่ควรเป็นรูปถุง หรือ หน้ากว้างหลังแคบ
- หน้าที่ดินอิงน้ำและหลังพิงเขา ยกเว้นแต่ถ้าเป็นสายน้ำพุ่งเข้าหาที่ดินจะไม่ดี
- ประตูหน้าต้องไม่ตรงกับประตูหลังโดยไม่มีอะไรมาขวางกั้นจะไม่ดี
- ห้ามจอดรถหรือเลี้ยงสัตว์เลี้ยงใต้ห้องนอนใหญ่
- ห้ามมีแนวคานขวางบนเตียงนอน
ดังนั้นแล้วหากต้องพิจารณาอย่างละเอียดมากกว่านี้คงต้องจ้างซินแสมาดูว่าเข้ากับลักษณะเจ้าของ วันเดือนปีเกิดเจ้าของ หรือดวงของเจ้าของเป็นต้น
นี่เป็นความรู้เล็กๆน้อยๆ ที่เรา นำเสนอเรื่องฮวงจุ้ย..... เพราะ บ้านเป็นที่อยู่อาศัยยาวนานของทุกคนในครอบครัว และที่สำคัญเราย่อมต้องการร่มเย็นเป็นสุข ดังนั้น ก่อนการสร้างบ้าน/หรือปรับปรุงบ้านใหม่ ควรศึกษาเรื่องฮวงจุ้ยไว้บ้าง เพราะศาสตร์ของชาวจีนโบราณเชื่อกันมายาวนานว่า การทำตามฮวงจุ้ย จะนำความมั่งมีศรีสุข และความร่วมเย็นเป็นสุขมาให้ผู้อยู่อาศัยครับ
ด้วยความปรารถนาดีจาก ผู้รับเหมาสร้างบ้านฝีมือระดับ Grade A ซึ่งมีประสบการณ์มายาวนาน กว่า 30ปี ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไอ ที คอมเนต โปรดดูผลงานของเราก่อนตัดสินใจที่ http://www.thaiassethome.com ติดต่อคุณประสิทธิ์ 083-2937793 083-9143313 fax 02-9329378
ตรวจสอบฮวงจุ้ยที่บ้านคุณ
ฮวงจุ้ยมีอิทธิพลต่อชีวิตของคนทั้งผลระยะสั้นและระยะยาว โดยเกิดจากการที่รูปสัญลักษณ์หรือรูปทรงของที่ดิน อาคาร หรือบ้านที่อยู่มีลักษณะไม่ถูกต้อง ก็จะค่อยๆ สะสมพลังร้ายเข้ามาอยู่ภายใน พอผ่านไปหลายๆ ปี ก็จะเริ่มส่งผลร้ายต่อผู้ที่อยู่อาศัย
ลักษณะภายนอกบ้านที่ไม่ถูกต้อง ***บ้านมีลักษณะเป็นรูปตัว L, W, U, H ทำให้มีมุมเว้าแหว่ง พลังหมุนเวียนไปไม่ราบรื่น *** มีเสาไฟฟ้า ต้นไม้ วัตถุหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ ที่บริเวณภายนอกของประตูเพราะขวางทิศทางที่กระแสพลังจะเข้า *** ตึกสูงที่อยู่ใกล้ๆ ทั้งด้านหลัง ทางซ้ายหรือขวา สูงมากเกินไป *** กำแพงที่เก่าดูสกปรก ขึ้นรา หรือกำแพงบ้านสูงมากเกินไป *** สร้างบ้านโดยถมดินยกสูงเกินไป เหมือนอยู่บนเนิน พลังจะเทออกหมด *** มีสะพาน หรือทางสามแพร่งที่พุ่งแทงเข้ามา **;* บ้านที่มีเหลี่ยมตึกของอาคารอื่น หรือหน้าจั่วชี้แทงมาที่ด้านหน้า หลั งซ้าย ขวา *** บ้านที่อยู่ระหว่างช่องว่างของตึกสูง เป็นช่องลมพิฆาตที่ไม่ดี เรียกว่าทัณฑ์ฟ้าผ่า ***; บ้านตรงกันข้ามโบสถ์ วิหาร วัด ศาลเจ้า โรงพยาบาล สุสาน เสา เครื่องหมายจราจร มีปล่องไฟ เป่าลมพุ่งมาหาบ้าน *** มีต้นไม้ใหญ่อยู่ชิดบ้าน หรือต้นไม้ใหญ่เหี่ยวเฉา ยืนตายอยู่ใกล้บ้าน
ลักษณะภายในบ้านที่ไม่ถูกต้อง *** จากประตูมองเข้าไปภายใน มีเสา ต้นไม้ วัสดุหรือสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งผนังหรือกำแพงที่กั้นปิดใกล้ประตูเกินไป *** ประตูห้องตรงกัน ประตูตรงกับประตูห้องน้ำ ประตูตรงกับเตียงนอน ตรงกับเตา *** คานต่ำ เพดานต่ำ เพดานเฉียง ฝ้าหลุม หลังคาหลายจั่ว ***; กันสาดกดต่ำมาก จนลมหรือพลังเข้าบ้านไม่ได้ *** แสงสว่างไม่พอ ดูมืดอึมครึม ห้องในบ้านของคุณที่อากาศที่ไม่ถ่ายเทหรือไม่ *** บ้านหลายหลังที่อยู่รวมกัน หลังคาชนกัน *** ตัวบ้านที่แตกร้าว *** บันไดตรงกับประตูห้องนอน ห้องน้ำ บันไดอยู่กลางบ้าน *** หัวเตียงติดกับเตาไฟ โถส้วม ประตู *** กระจกอยู่ที่หัวนอน หรือส่งมาใส่ตัวคน
เสริมฮวงจุ้ยด้วยต้นไม้
การปลูกดอกไม้และไม้มงคลเชื่อว่าจะเสริมดวงชะตาได้ ประเทศจีนนั้นแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติของป่าเขาและพืชพรรณนานาชนิด มีไม้มงคลมากมายหลายประเภทที่ขึ้นในสภาพอากาศที่หนาวเย็น และหาไม่ได้ในประเทศไทย เช่น ดอกโบตั๋น ดังนั้นก็จะมีต้นไม้ชนิดที่นิยมปลูกหรือถือเป็นไม้มงคลเพียงไม่กี่ชนิดที่มีอยู่ในประเทศไทย
ต้นไผ่ เป็นไม้ที่แตกหน่อแลกิ่งก้านสาขาได้เร็ว เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง การขยายกิจการ แทนความยั่งยืน คงทน เชื่อว่าเวลาที่ต้นไผ่สีกันจะมีเสียงดังทำให้ปีศาจหรือสิ่งชั่วร้ายกลัว ไม่เข้าใกล้ บางแห่งหรือบางชนบทก็จะผูกต้นไผ่ด้วยริบบิ้นสีแดง
ต้นสน มีความหมายใกล้เคียงกับต้นไผ่ เป็นสัญลักษณ์แทนความอดทนในการฝ่ามรสุมจากความทุกข์ยาก
ต้นส้มหรือส้ม ซึ่งมีการใช้ในทุกเทศกาล หมายถึงความโชคดีหรือความเจริญรุ่งเรือง และความสุข
ดอกบัว สัญลักษณ์แห่งฤดูร้อน หมายถึงความบริสุทธิ์ ความมีสติ
ต้นทับทิม ผลไม้ของผลทับทิมมีเม็ดสีแดงมากมาย หมายถึงการมีบุตรหลานที่กตัญญูไว้สืบตระกูลมากมาย เป็นต้นไม้ที่อยู่ในตำนานที่เจ้าแม่กวนอิมได้ใช้กิ่งทับทิมในการประทานพรแก่ชาวโลก เวลากลับจากสุสาน งานศพ ก็จะใช้น้ำกิ่งทับทิมล้างหน้า ถือเป็นต้นที่ไม่ใหญ่นักซึ่งสามารถปลูกได้ทั้งที่หน้าบ้านและข้างบ้าน
ลูกน้ำเต้า ที่คนไทยมักจะนำเอาไปลงอักขระภาษาในเรื่องของวัตถุมงคลนั้น คนจีนก็ถือว่าเป็นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งที่มักจะออกลูกตลอด จนกว่าต้นจะแก่ตาย หมายถึงการมีดอกผลงอกเงย มีทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา
ในประเทศไทย มีคนนิยมปลูก ต้นราชพฤกษ์ เพราะมีดอกสีเหลืองเป็นพวงทอง ซึ่งให้ความหมายถึงความมั่งคั่งร่ำรวย
ต้นเฟื่องฟ้า แทนความหมายในแง่ของชื่อเสียงที่ขจรขจาย
ต้นเข็ม ส่วนใหญ่จะปลูกไว้ริมรั้วหรือแทนประตูรั้ว ให้ความหมายในแง่ความแหลมคมของสติปัญญา ความรู้
ต้นโมก ต้นแก้ว ที่มีกลิ่นหอมในตัวมันเอง ก็ใช้ส่งเสริมความสมดุลของชีวิต
ต้นขนุน เพื่อให้คนเกื้อหนุนค้ำจุน
ต้นมะขามปลูก เพื่อเสริมสร้างบารมีให้คนเกรงขาม
มีความเชื่อว่าในเวลาที่คนเรามีเคราะห์มาก ๆ อาจลดเคราะห์หรือความยุ่งยากลงด้วยการปลูก กุหลาบหรือต้นโป๊ยเซียน จะช่วยบรรเทาเคราะห์ลงได้ อาจเพราะหนามที่แหลมคมช่วยต่อต้านปัญหาเอาไว้
มาถึง ต้นชัยพฤกษ์ บ้าง มักนำมาปลูกไว้ข้างรั้วหน้าบ้าน ความหมายก็คือการนำชัยชนะ หรือการปรามมารร้ายทั้งหลายที่จะเข้ามาให้ถอยทัพกลับไป เป็นต้นไม้ที่เป็นศิริมงคลตามตำราโบราณ
ส่วน ต้นพุทธรักษา ก็มักจะปลูกไว้ริมรั้ว จะส่งผลให้เกิดความสุขในครอบครัวทำนองว่า พระพุทธจะรักษาให้เกิดความสงบสุขแก่ผู้อยู่อาศัย มีเรื่องเล่าตามพุทธตำนานว่า พระเทวทัตคิดทำร้ายพระพุทธเจ้า จึงได้ขึ้นไปภูเขากลิ้งหินบนภูเขาลงมาในจังหวะเดียวกับที่พระพุทธเจ้าเสด็จผ่านมา แต่ก้อนกินดังกล่าวกลับแตกกระจัดกระจายก่อน สะเก็ดก้อนหินได้กระเด็นไปถูกพระบาท มีพระโลหิตไหลหยดลงบนแผ่นดิน ต่อมาได้เกิดต้นไม้ชนิดหนึ่งขึ้นตรงรอยเลือดนั้น ต้นไม้ชนิดนั้นก็คือพุทธรักษานั่นเอง
นั่นเป็นเรื่องของความเชื่อเกี่ยวกับต้นไม้ในการเสริมสร้างให้เกิดความเป็นมงคลในชีวิตของคนจีนและคนไทยที่คละเคล้ากันไป เป็นการเสริมทางด้านจิตใจ และความสมดุลของบ้าน แต่ในความเห็นของผู้เขียนเห็นว่าการปลูกต้นไม้อะไรน่าจะอยู่ที่เป้าหมายมากกว่า เช่น หากต้องการต้นไม้มาช่วยบดบังแสงแดด ก็อาจปลูกต้นจำปี การะเวก หูกวาง หรือหากต้องการปลูกเพื่อกินผล เจ้าบ้านชอบทานผลไม้อะไรก็ปลูกพันธุ์ไม้นั้นลงไป ไม่ได้มีกำหนดกฎเกณฑ์อะไร สิ่งสำคัญหากเป็นไม้ยืนต้นก็ไม่ควรปลูกขวางประตูเข้าบ้านเป็นอันขาด
จัดโต๊ะทำงานให้ถูกฮวงจุ้ย
เรื่องโดย : น้ำหอม
เรื่องฮวงจุ้ยใครว่าไม่สำคัญหรืองมงาย ทราบไหมคะว่า เขามีการนำมาเชื่อมโยงกับทางวิทยาศาสตร์แล้วเห็นว่ามีความเป็นเหตุเป็นผลและไปด้วยกันได้ดีทีเดียว อย่างโต๊ะทำงานที่คุณต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยเกือบตลอดทั้งวันนั้น ถ้าจัดให้ถูกที่ถูกทางเขาว่าจะช่วยให้สิ่งดีๆ เข้ามาสู่ตัวคุณ และจะเพิ่มความรู้สึกดีๆ ให้กับตัวคุณอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว
1. ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกนั่งโต๊ะในตำแหน่งทแยงมุมกับประตูที่สุด แต่ว่าต้องเห็นประตูนะคะ
2. ไม่ควรนั่งหันหลังให้ประตู บอกกันว่าตำแหน่งนี้ เพื่อนร่วมงานจะแทงข้างหลังค่ะ (ระวังไว้)
3. ถ้ามีมุมเสา (เขาว่าเป็นศรพิฆาตค่ะ) เล็งมาที่โต๊ะทำงาน ให้สลายพลังอัปมงคลด้วยแท่งคริสตัล
4. โต๊ะส่วนล่างควรปิดมิดชิดทั้ง 3 มุม
5. ซ้าย(มังกร) ต้องอยู่สูงกว่า ขวา(เสือขาว) ยกตัวอย่างเช่น จอมิเตอร์ หรือกองเอกสารควรอยู่ซ้ายมิ ส่วนปากกา, Mouse ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีส่วนสูงไม่มาก ควรวางอยู่ด้านขวามือ
6. Screen Saver ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ควรมีรูปแหลม หรือกากบาท ควรเป็นรูปปลาว่ายน้ำที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาเป็นดีที่สุด
7. ควรมีต้นไม้เล็กๆ บริเวณ Monitor เพื่อลดความเข้มของสนามแม่เหล็ก
8. เก้าอี้ควรใช้แบบไม่มีล้อและพนักพิงหลังสูง
ฮวงจุ้ยบนเตียงนอน
มาดูกันค่ะว่า การจัดเตียงนอนแบบไหนที่จะทำให้ฮวงจุ้ยไม่ดี ควรที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลง
ลองทำดู ไม่เสียหลายค่ะ แม้ไม่ได้เชื่อเรื่องฮวงจุ้ยมากนัก แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องของสุขภาพของเรา ต้องดูแลให้ดีค่ะ โรคภัยสมัยนี้ ยิ่งมีมาแปลกๆ ทุกวัน ป้องกันไว้ดีกว่าค่ะ
1. เตียงนอนใต้ไฟ (ศีรษะมีไฟส่อง) ทำให้ปวดศีรษะง่ายเครียดง่ายหรือมีเรื่องร้อนใจเสมอ
2. เตียงนอนอยู่ใต้คาน ทำให้ต้องรับภาระหนัก มีเรื่องให้แก้ปัญหาเสมอ
3. เตียงนอนมีเสาบังอยู่ทั้ง 2 ข้าง เหมือนถูกบีบจากเสา มีแต่เรื่องเครียดอยู่ตลอดเวลา
4. เตียงนอนตรงประตูทางเข้าออก ป่วยออดๆ แอดๆ เสมอ
5. เตียงนอนตรงประตูห้องน้ำ ป่วยด้วยโรคช่องท้อง เช่น มดลูก ท่อปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก อัมพาต
6. เตียงนอนวางลอยๆ กลางห้อง เหมือนเมรุเผาศพ คนเดินผ่านได้รอบข้างเป็นการจัดวางที่รับอันตรายได้รอบทิศทางถือว่าไม่เป็นมงคล
7. กระจกแผ่นใหญ่ส่องเตียงนอน ป่วยง่าย การป่วยจะเป็นการป่วยเรื้อรัง
8. วางเตียงนอนไว้ใต้บันได ถือว่ารับแต่ของสกปรก หรืออัปมงคลไว้ตลอดเวลาเป็นลักษณะกดทับ แก้ปัญหายาก
หมายเหตุ การศึกษา หรือดำเนินการเรื่องฮวงจุ้ยเพิ่มเติมที่ถูกต้อง ควรสอบถามจากผู้รู้อย่างแท้จริงครับ ที่มา : http://www.horoscope.sanook.com
ห้งหุ้นส่วนจำกัด ไอ ที คอมเนต มีปรัชญาการก่อสร้างคือ เราสร้างบ้าน พร้อมสร้างความสุข
ด้วยความปรารถนาดีจาก ผู้รับเหมาสร้างบ้านฝีมือระดับ Grade A ซึ่งมีประสบการณ์มายาวนาน กว่า 30ปี ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไอ ที คอมเนต โปรดดูผลงานของเราก่อนตัดสินใจที่ http://www.thaiassethome.com ติดต่อคุณประสิทธิ์ 083-2937793 083-9143313 fax 02-9329378
ฤกษ์เสาเอกเขานับกันตรงไหน
ฤกษ์ลงเสาเอกสมัยโบราณคือเวลาที่เรานำเสาหลักของบ้านหย่อนลงสู่หลุมที่ขุดเตรียมเอาไว้ จัดเสาให้ตั้งตรงและใช้ไม้ค้ำยันค้ำไว้ เอาดินกลบหลุมใช้เวลาทั้งสิ้นไม่เกินชั่วยาม แต่ในปัจจุบันการสร้างบ้านได้เปลี่ยนแปลงไปมากมาย ซึ่งปัจจุบันต้องมีการตอกเสาเข็ม ต้องมีการเทฐานราก ทำตอม่อ แล้วจึงจะขึ้นเสาโผล่พ้นดินได้ ขั้นตอนการสร้างบ้านมากขึ้น จึงไม่รู้ว่าต้องนับขั้นตอนไหนที่เรียกว่าขึ้นเสาเอก เพื่อจะเอาเวลาที่ดีที่สุดที่จะหามาได้เพื่อทำพิธี ดังนั้น ฤกษ์ ลงเสาเอก สรุปได้ดังนี้
- ยึดถือเวลาตอกหรือเจาะ เสาเข็มต้นแรก หรือเวลาที่ตอกหรือเจาะ เสาเข็มที่กำหนดขึ้นเองว่าเป็นเสาเอก เรียกว่า ฤกษ์เข็มเอก
- ยึดเวลาที่คอนกรีตฐานราก โดยจะทำฐานรากพร้อมตอม่อ ต้นที่ถูกกำหนดขึ้นเอง ซึ่งจะเรียกว่า ตอม่อเอก หรือ เสาสั้นเอก
แหล่งที่มา: หนังสือร้อยพันปัญหาในงานก่อสร้าง ของ อาจารย์ ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์
การสร้างบ้าน การขอเลขประจำบ้าน และการรื้อถอนบ้าน
บ้านเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นแก่การดำรงชีวิตของคนเรา การมีบ้านเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มชีวิตใหม่ที่จะเจริญก้าวหน้าต่อไป ดังนั้นการปลูกสร้างบ้าน ที่ได้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ จึงเป็นการส่งเสริมความมั่นคงของชีวิตในฐานะเป็นพลเมืองดี และเสริมสร้างความดีงามแก่จิตใจ
ขั้นตอนในการปลูกสร้างบ้าน ในเขตที่ประกาศใช้กฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือกฎหมายผังเมืองบ้าน หรืออาคารที่จะปลูกสร้าง ต้องได้รับอนุญาต แบบแปลน เสียก่อน และจะสร้างเกินกว่าแบบที่ได้รับอนุญาตไม่ได้ โดยยื่นคำร้องได้ที้สำนักงานเทศบาล สำนักงานเมืองพัทยา และสำนักงานเขต หรือกรุงเทพมหานคร อำเภอ และสำนักงานสุขาภิบาล แล้วแต่กรณี บริเวณนอกเขตควบคุม บ้านหรืออาคารที่จะปลูกสร้างไม่ต้องขออนุญาตสามารถปลูกสร้างได้เลย
การแจ้งการปลูกสร้างบ้าน และผู้มีหน้าที่รับแจ้ง เมื่อปลูกสร้างบ้าน หรืออาคารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เจ้าบ้านไปแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่นั้น ๆ คือ นายทะเบียนท้องถิ่น หรือกำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน หรือปลัดอำเภอ หรือผู้ช่วยนายทะเบียน ณ สำนักงานเทศบาล สำนักงานเมืองพัทยา สำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร ที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอ แล้วแต่กรณี เพื่อขอเลขประจำบ้านภายใน 15 วัน นับแต่วันปลูกสร้างบ้านเสร็จ หากไม่ไปแแจ้งตามกำหนดมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
หลักฐานที่จะต้องนำไปแจ้งเพื่อขอเลขประจำบ้าน
- หนังสือหรือเอกสารการได้รับอนุญาตการปลูกสร้างบ้าน หรืออาคาร (เฉพาะในเขตพื้นที่ที่ประกาศใช้กฎหมายควบคุมอาคารหรือกฎหมายผังเมือง)
- สำเนาทะเบียนบ้านหรือบัตรประจำตัวของผู้แจ้งกรณีผู้ที่ได้รับมอบหมายให้นำบัตรประจำตัวของผู้รับมอบ และหนังสือมอบหมาย (ถ้ามี) ไปแสดงด้วย
- หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ปลูกสร้างบ้าน สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า (ถ้ามี)
- ผู้แจ้งให้ยื่นคำร้องตามแบบที่กำหนดต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งพร้อมหลักฐานที่นำไปแสดง
- เมื่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งได้รับแจ้งการสร้างบ้าน ใหม่แล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานที่นำไปแสดง
วิธีการรับแจ้ง เมื่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งได้รับแจ้งการสร้างบ้าน ใหม่แล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานที่นำไปแสดง เมื่อเห็นว่าถูกต้อง ก็ให้กำหนดเลขประจำบ้านให้พร้อมกับจัดทำทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านต่อไป โดยจะมอบสำเนาทะเบียนบ้านให้แก่ผู้แจ้งไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการในเรื่องการย้ายบุคคลเข้ามาอยุ่ในทะเบียนบ้านในโอกาสต่อไป หรือจะดำเนินการในคราวเดียวกันก็ได้ ส่วนเลขประจำบ้านที่นายทะเบียนกำหนดให้นั้น ให้เจ้าบ้านไปจัดทำเลขประจำบ้านติดไว้ที่หน้าบ้านหรือที่รั้วบ้านซึ่งเห็นได้ชัดแจ้ง
การรื้อถอนบ้านซึ่งมีเลขประจำบ้าน เมื่อได้มีการรื้อถอนบ้านหรืออาคารโดยไม่ประสงค์จะปลูกสร้างใหม่ในที่ดินนั้นอีก หรือรื้อเพื่อไปปลูกสร้างที่อื่น ให้เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันรื้อถอนเสร็จ พร้อมกับนำสำเนาทะเบียนบ้านคืนแก่นายทะเบียนด้วย หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
หมายเหตุ : การแจ้งเกี่ยวกับบ้าน ไม่เสียค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด
การเตรียมที่ดินก่อนปลูกบ้าน เมื่อคุณมีที่ดินว่างอยู่ และต้องการจะสร้างบ้านบนที่ดินนั้น สิ่งที่คุณต้องทำเป็นอย่างแรก คือ
|
|
|
|
- |
การตรวจสอบขอบเขตที่ดิน ทำการตรวจสอบหลักหมุดที่ดินของคุณให้ตรงกับโฉนดก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการสร้างบ้านทับหรือล้ำไปในที่ดินของเพื่อนบ้าน |
|
- |
การตรวจสอบประวัติที่ดิน ในขั้นตอนนี้คุณต้องมาดูว่าที่ดินของคุณเดิมเคยเป็นแอ่งน้ำ หรือ มีความลุ่มมากน้อยเพียงใด ข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก กับการออกแบบเสาเข็มและโครงสร้างของตัวบ้าน เพื่อความมั่นคงไม่ทรุดของตัวบ้าน |
|
- |
การปรับที่ดิน ถ้าที่ดินของคุณมีสิ่งปลูกสร้างเดิมอยู่ ควรรื้อถอนออกให้หมด โดยไม่ให้มีวัตถุตกค้างในบริเวณที่ดิน และควรปรับระดับที่ดินให้มีความสูงจากถนนหน้าบ้านอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 60 80 เซนติเมตร เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดจากน้ำท่วมได้ในอนาคต |
|
|
|
|
|
|
เลือกแบบบ้าน เนื่องจากในปัจจุบันมีแบบบ้านให้เลือกมากมาย เพื่อให้ได้บ้านตรงตามความต้องการของคุณมากที่สุด มีข้อควรคำนึงถึงในการเลือกแบบบ้านมีดังนี้
|
|
|
|
- |
สภาพอากาศ สำหรับประเทศไทยที่มีสภาพอากาศร้อนชื้น จึงควรเลือกแบบบ้านที่ค่อนข้างโล่ง โปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก , แสงแดดส่องได้ทั่วถึง |
|
- |
การใช้ชีวิตภายในบ้าน การใช้ชีวิตของสมาชิกในครอบครัวจะเป็นตัวกำหนดการจัดวางพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน ถ้าสมาชิกใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่รวมกันในห้องใดมากที่สุด เราก็ควรต้องจัดสรรให้พื้นที่ห้องนั้นมีขนาดใหญ่กว่าห้องอื่น |
|
- |
จำนวนและอายุของสมาชิก ส่วนจำนวนสมาชิกของครอบครัวจะเป็นตัวกำหนดจำนวนห้องนอน ถ้าครอบครัวมีผู้สูงอายุก็ควรจัดห้องส่วนตัวไว้ชั้นล่าง ส่วนจำนวนห้องน้ำก็ไม่ควรมีมากเกินไป เพราะอาจเป็นภาระในการดูแลรักษาได้ในภายหลัง |
|
|
|
|
|
ปลูกสร้างบ้านไม่ให้ร้อน-ทำบ้านให้เย็น
จากความรู้คู่บ้าน www.home.co.th
การสร้างบ้านที่ดี ควรวางแผนการก่อสร้างให้รัดกุม รวมถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่าง
ประหยัด การสร้างบ้านในปัจจุบันจึงมีการนำเทคนิคการก่อสร้างๆ มาใช้ในการก่อสร้าง
บ้านให้ประหยัดพลังงานและประหยัดค่าใช้จ่าย การใช้ฉนวนกันความร้อนรอบๆ ตัว
บ้าน ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าในบ้าน โดยสร้างเกาะป้องกัน
ความร้อนในส่วนต่างๆ ของตัวบ้าน ดังนี้
1. ติดตั้งฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา
2. พ่นละอองน้ำบนหลังคา เพื่อลดอุณหภูมิหลังคา ทำให้บ้านเย็น
3. ติดตั้งช่องระบายอากาศใต้หลังคา
4. ใช้ผนังที่ออกแบบมาเพื่อกันความร้อนจากภายนอก
5. ใช้พื้นที่ติดฉนวนเพื่อป้องกันความร้อนจากด้านล่าง
6. ใช้กระจกตัดแสง
7. ใช้ประตูที่มีการเสริมฉนวนกันความร้อน
หลักการสร้างบ้านให้เย็น
การจะทำให้บ้านเย็นนั้น จะต้องมีการสร้างเกราะป้องกันความร้อนด้วยฉนวนกันความ
ร้อนรอบๆตัวบ้านก่อน โดยมีวิธีป้องกันความร้อนจากภายนอกในส่วนต่างๆ ของบ้าน
ดังนี้
หลังคา ติดตั้งระบบพ่นฝอยละอองน้ำหลังคา ระบบนี้จะมีอุปกรณ์พ่นฝอย
ละอองน้ำอยู่เหนือหลังคา เมื่อแดดร้อนสามารถเปิดระบบให้พ่นฝอยละอองน้ำ ซึ่งการ
ระเหยของน้ำจะช่วยดูดความร้อนจากแผ่นมุงหลังคาให้เย็นลงได้ ทำให้บ้านเย็น ซึ่งมีผู้
วิจัยพบว่าจะช่วยลดอุณหภูมิหลังคาจาก 60-65 องศาเซลเชียสได้ถึง 23 องศา
เซลเซียส
บ้านเพื่อสุขภาพ Healthy Home Healthy Living คอลัมน์ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
แนว คิดในเรื่องของบ้านเพื่อสุขภาพ เป็นสิ่งที่นักออกแบบตกแต่งตลอดจนคนรักบ้านทั้งหลายในยุคนี้ให้ความสำคัญ อย่างมาก เพราะบ้านที่ตกแต่งอย่างสวยงามหรูหรา...ใช่ว่าจะทำให้อยู่สบายและอยู่อย่าง มีสุขภาพดีได้เสมอไป หัวใจสำคัญของบ้านเพื่อสุขภาพขึ้นอยู่ที่ว่า เราจะจัดบ้านอย่างไรให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพแข็งแรงสดใส ทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ
หลักง่ายๆ ของการจัดบ้านเพื่อสุขภาพก็คือ
ห่างไกลจากมลพิษ...เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ...สะอาด โปร่งสว่าง เรียบง่าย สบายตา ฟังดูก็เหมือนจะรู้ๆ กันอยู่แล้วใช่ไหมคะ
แต่ในชีวิตจริง เรามักจะหลงลืมหรือมองข้ามหลายสิ่งหลายอย่างไปอย่างไม่น่าเชื่อ
เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
มอง ไปรอบตัว คุณจะพบว่าเส้นใยและวัสดุสังเคราะห์ต่างๆ ที่ใช้ทำอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน สีและกาวที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ล้วนมีส่วนผสมของสารเคมี อย่างเช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซิน ทินเนอร์ ซึ่งเป็นสารเคมีอันตรายที่สามารถปนเปื้อนอยู่ในอากาศที่เราหายใจ แม้ว่าการติดเครื่องกรองอากาศอาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาคุณภาพอากาศก็คือ การออกแบบบ้านให้มีการระบายถ่ายเทอากาศที่ดี และพยายามลดและเลี่ยงการใช้วัสดุสังเคราะห์ให้น้อยลง โดยหันมาเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติให้มากที่สุด
- ของใช้ของตกแต่งในบ้านเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติและเส้นใยธรรมชาติ เช่น ฝ้าย ลินิน แทนวัสดุและเส้นใยสังเคราะห์
- จัดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านให้โปร่ง โล่ง ให้อากาศระบายถ่ายเทได้ดี
- ติดตั้งพัดลมดูดอากาศในครัว
- ห้องน้ำควรมีหน้าต่างที่อากาศระบายถ่าย เทได้ดี และควรแยกส่วนเปียกส่วนแห้งอย่างเป็นสัดส่วน เพื่อลดความอับชื้นอันเป็นบ่อเกิดของเชื้อรา
- เพื่อความมั่นใจในคุณภาพของน้ำที่เราใช้แปรงฟันบ้วนปาก ล้างหน้า ควรติดตั้งระบบกรองน้ำสำหรับน้ำก๊อกในห้องน้ำ เพื่อกรองสารโลหะหนักอย่างตะกั่ว สนิมเหล็ก ตลอดจนเชื้อแบคทีเรียต่างๆ
- ทำความสะอาดคราบไขมันในครัวโดยใช้สารธรรมชาติ อย่างน้ำส้มสายชู น้ำมะนาว
- เลือกใช้สารทำความสะอาดบ้านที่ไม่มีสารพิษ ไม่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงและไม่ติดไฟ
- ปลูกต้นไม้ที่มีคุณสมบัติช่วยดูดสารพิษอย่างมีประสิทธิภาพไว้ในบ้าน เช่น เยอบีร่า เขียวหมื่นปี เศรษฐีเรือนใน หมากเหลือง เดหลี วาสนาอธิษฐาน กล้วยไม้สกุลหวาย และบอสตัสเฟิร์น
หลีกเลี่ยงสิ่งที่บั่นทอนพลังชีวิต
โลก อันทันสมัยล้ำยุค เต็มไปด้วยคลื่นที่สับสนวุ่นวาย ซึ่งได้แก่ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เตาไมโครเวฟ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสารพัดชนิด คลื่นเหล่านี้ถาโถมใส่ตัวเราอยู่ทุกวินาที นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาผลกระทบจากความถี่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnetic หรือ EMS) และพบว่าคลื่นดังกล่าวมีผลต่อระดับแคลเซียมในสมองของมนุษย์เรา และรบกวนการเจริญเติบโตตลอดจนการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ผลการศึกษายังพบด้วยว่า ความถี่ของคลื่น EMS ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น ภาวะประจำเดือนไม่ปกติ การเกิดมะเร็งในเม็ดโลหิตขาวในวัยเด็ก มะเร็งสมอง และมะเร็งอีกหลายชนิด แม้ผลการวิจัยจะยังไม่มีข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมถึงความเสี่ยงเหล่านี้ แต่ก็ทำให้คนรักสุขภาพตระหนักถึงภัยจากเทคโนโลยีเหล่านี้ ที่คุกคามสุขภาพของเราอยู่ใกล้แค่ปลายจมูกนี่เอง
บ้านเพื่อสุขภาพ จึงแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากสิ่งคุกคามสุขภาพภายในบ้าน ดังนี้...
- วางโทรทัศน์ให้ห่างจากบริเวณที่นั่ง อย่างน้อย 5 ฟุตขึ้นไป
- ไม่ควรวางโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือไว้ในห้องนอน
- หลีกเลี่ยงการใช้เตียงที่มีโครงทำด้วยโลหะ เพราะโลหะคือสื่อนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
- ไม่ควรยืนใกล้เตาไมโครเวฟขณะเปิดใช้งาน หากเป็นไปได้ควรลดการใช้ไมโครเวฟลงให้น้อยที่สุด
สะอาด เรียบง่าย สบายตา
ฝุ่น ละอองและไรฝุ่น คือสาเหตุสำคัญของโรคภูมิแพ้ซึ่งเป็นโรคยอดฮิตของคนในยุคนี้ บ้านเพื่อสุขภาพจึงต้องเป็นบ้านที่ดูแลง่าย สะอาดปราศจากฝุ่นละออง มีความโปร่งโล่ง สว่างด้วยแสงธรรมชาติ
- ผ้าม่าน ปลอกหมอนอิง ผ้าหุ้มเบาะ ไม่ควรใช้ผ้าหนาๆ หนักๆ ที่เก็บฝุ่นได้ดี ควรเลือกใช้ผ้าที่ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่เก็บฝุ่น
- หลีกเลี่ยงการปูพรมเต็มห้องเพื่อเลี่ยงปัญหาเรื่องฝุ่น หากต้องการปูพรม ให้เลือกพรมชิ้นและปูเฉพาะจุด จะดูแลได้ง่ายกว่า
- พื้นบ้าน ควรเป็นพื้นผิวเรียบๆ เช่น พื้นกระเบื้อง พื้นหิน พื้นไม้ ซึ่งไม่เก็บฝุ่น ทำความสะอาดได้ง่าย
แสงธรรมชาติกับความรื่นรมย์
แสง ธรรมชาติช่วยสร้างวิตามิน D ให้กับร่างกาย กระตุ้นฮอร์โมนและระบบภูมิชีวิต บ้านเพื่อสุขภาพจึงเน้นการเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้านเพื่อลดการใช้ พลังงานไฟฟ้าลง อย่างเช่น บ้านสบายของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซึ่งใช้กระจกเขียวตัดแสงมาช่วยกรองความร้อนที่มากับแสงอาทิตย์ ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ภายในบ้านได้รับแสงธรรมชาติที่นุ่มนวล เหมาะกับบรรยากาศการอยู่อาศัย
ความเขียวชอุ่มของต้นไม้ช่วยหล่อ เลี้ยงจิตวิญญาณแห่งการได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และมอบพลังแห่งชีวิตให้กับมนุษย์ เพิ่มความน่าอยู่ให้ภายในบ้านของคุณด้วยการปลูกพรรณไม้หอม และใช้น้ำมันหอมระเหยที่ทำจากสมุนไพรที่ระเบียงหรือหน้าต่างที่มีลมพัดผ่าน แขวนกระดิ่งลมสร้างบรรยากาศอันน่าพักผ่อนและแสนสุขสงบให้กับบ้านของคุณ
|
ยื่นเอกสารขออนุญาตปลูกบ้าน ก่อนจะทำการสร้างบ้านคุณจำเป็นต้องขออนุญาตจากทางราชการก่อน โดยต้อง เตรียมเอกสารเพื่อขออนุญาตปลูกสร้างบ้าน ซึ่งประกอบด้วย
|
|
|
|
- |
ใบคำร้อง |
|
- |
พิมพ์เขียวแบบบ้าน 5 ชุด ที่มีลายเซ็นต์ของวิศวกรคำนวณโครงสร้าง กำกับทุกแผ่น |
|
- |
เอกสารอนุญาตจากเจ้าของที่ดิน ตามแบบฟอร์มของทางราชการ |
|
- |
สำเนาโฉนดที่ดินเท่าต้นฉบับจริง พร้อมลายเซ็นต์เจ้าของที่ดินกำกับ |
|
- |
รายการคำนวณโครงสร้างของวิศวกร 1 ชุด |
|
- |
หลักฐานบัตรประกอบวิชาชีพสถาปนิกและวิศวกรอีกอย่างละ 1 ชุด |
|
- |
บัตรประชาชน ของผู้ยืนคำร้อง |
|
- |
สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ยืนคำร้อง |
|
|
|
โดยให้นำเอกสารทั้งหมดไปยืนที่สำนักงานเขตหรืออำเภอ ฝ่ายควบคุมอาคารจะทำการตรวจสอบความถูกต้อง เมื่ออนุมัติก็จะสามารถปลูกสร้างบ้านได้เลย โดยขั้นตอนดังกล่าวนี้ บริษัทรับสร้างบ้านจะดำเนินการให้ เพื่ออำนวยความสะดวก
ที่ดินปลูกสร้าง
- ที่ดินของท่านที่จะปลูกสร้าง จะต้องอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง
- ท่านต้องเป็น เจ้าของกรรมสิทธิ์ ในที่ดินของท่าน โดยสมบูรณ์ หากไม่ใช่ จะต้องได้รับความยินยอม จากเจ้าของที่ดิน ให้ทางบริษัทฯเข้าปลูกสร้างได้ และที่ดินจะต้องไม่มีภาระติดพัน ติดจำนองหรือขายฝากกับบุคคลอื่น
|
การชำระเงินค่าก่อสร้างระบบเงินสด
งวดที่ 1. ชำระ 15% ของราคาบ้าน ในวันทำสัญญารับสร้างบ้าน
งวดที่ 2. ชำระ 20% ของราคาบ้าน งานตอกเสาเข็ม ฐานราก คานคอดิน
งวดที่ 3. ชำระ 20% ของราคาบ้าน งานเสา งานคาน งานพื้น (ยกเว้นพื้นห้องน้ำ)
งวดที่ 4. ชำระ 15% ของราคาบ้าน โครงหลังคาตัวบ้าน (ยกเว้นซุ้มหลังคากันสาดเหนือประตูหน้าต่าง)
งานติดตั้งวงกบไม้ 50% งานก่ออิฐ 50% ฉาบปูนภายใน 50%
งวดที่ 5. ชำระ 15% ของราคาบ้าน มุงหลังคา ติดตั้งวงกบไม้ งานก่ออิฐ ฉาบปูนภายใน
งวดที่ 6. ชำระ 10% ของราคาบ้าน ติดตั้งบานหน้าต่าง 80% ฝ้าเพดานภายใน-ภายนอก
ฉาบปูนภายนอก
งวดที่ 7. ชำระ 5% ของราคาบ้าน วัสดุปูพื้น ชุดประตูอลูมิเนียม (ถ้ามี) สุขภัณฑ์ ไฟฟ้า สี งานที่เหลือ
|
การผ่อนชำระ
ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์ทีจะขอกู้เงินเพื่อใช้ในการปลูกสร้างบ้าน ทางบริษัทฯยินดีที่จะติดต่อกับธนาคาร เพื่อเป็นการบริการและอำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของธนาคาร โดยท่านเพียงแต่ชำระค่าธรรมเนียมของธนาคารตามยอดเงินที่ยื่นกู้
เอกสารที่จะต้องเตรียมมาเพิ่มเติม
ใบรับรองเงินเดือนหรือรายได้ที่แน่นอนของผู้กู้
ในกรณีที่มีผู้กู้ร่วม ให้เตรียมสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน
ใบรับรองเงินเดือนหรือรายได้ที่แน่นอน
วิธีตรวจงานก่อสร้างบ้าน ที่เจ้าของบ้านควรทราบ
กำลัง คิดว่าจะเขียนแนะนำเกี่ยวกับการเลือกซื้อคอนโดฯอยู่ เพราะตอนนี้คนกรุงเทพฯเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิตมาอยู่คอนโดกันมากขึ้น โครงการก็แข่งกันสร้างขาย มีหลากหลายแตกต่างกันไป แต่ไม่มีคนชี้แนะ ทำให้สับสน แต่ว่าดูในblog ตอนนี้สมาชิกกำลังก่อสร้าง ตกแต่ง ต่อเติมบ้านกันหลายๆคน เข้าไปดู ไปcomment บ้าง ก็เลยคิดว่าน่าจะเขียนเรื่องนี้ซะก่อน จะได้อ่านกันทั่วๆ
การตรวจงาน ก่อสร้างบ้านนั้น ขั้นตอนต่างๆก็ตามขั้นตอนการก่อสร้างเลย แต่การตรวจงานจะเน้นคนละด้าน แต่ไม่ว่าคุณจะเคยสร้างบ้านหรือไม่เคยสร้างมาก่อนก็ตาม การเรียนรู้นั้นไม่ยากเกินไป และก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องรู้ด้วย เพราะบ้านของเราเอง ช่างเขาสร้างดี สร้างเก่ง รับผิดชอบดี เราก็โชคดีไป แต่ถ้าใครเจอช่างที่ไม่เก่ง แถมยังมักง่าย ชี้โกง หรือชุ่ย ด้วยแล้วละก้อ ซวยมั่กๆ เพราะโอกาสที่เราจะปลูกบ้านนั้นไม่บ่อย อาจจะครั้งเดียวในชีวิต ถ้าสร้างไม่ดีปัญหาการบำรุงรักษาก็จะตามมาเป็นเงาตามตัวเชียวละ
ถ้า ใครซื้อบ้านจัดสรรก็อาจจะสบายหน่อย ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ เขาจะมีคนดูแลตรวจสอบ เพราะส่วนใหญ่เขาก็ไม่ได้สร้างเอง เขาจ้างผู้รับเหมาย่อยอีกที แต่ถึงอย่างไร เราก็ควรเขาตรวจสอบดูแลอย่างสม่ำเสมอ ดูแบบ ดูหุ่นจำลองแล้วรู้บ้าง ไม่รู้บ้าง ไม่เป็นไร พยายามจินตนาการให้ได้ว่าของจริงจะเป็นอย่างไร แล้วถ้ามีข้อไม่เข้าใจ จะทักท้วง แก้ไข จะได้ปรึกษาเขาก่อนที่จะสร้าง เพราะถ้าสร้างไปแล้ว ไปทุบแก้ไข ปัญหาอื่นๆจะเกิดตามมาอีก เดี๋ยวจะทะเลาะกันไม่เลิก
การก่อสร้างและตรวจตามขั้นตอนก่อสร้างจะมีดังนี้ 1. การวางผัง การ วางผัง คือการกำหนดวางตัวบ้าน ว่าจะอยู่ที่ตำแหน่งไหน ในที่ดินของเรา ส่วนใหญ่จะกำหนดในแบบแล้วแต่แรก เมื่อตีผังโดยใช้ไม้แบบรอบบริเวณที่จะก่อสร้างแล้วก็จะกำหนดจุดฐานราก และเสาเข็มเพื่อตอกเข็ม บางพื้นที่ดินแข็งๆก็ไม่จำเป็นต้องตอกเข็ม จะทำฐานรากเลย ปัญหาในการวางผัง อาจมีการคลาดเคลื่อน หรือมีอุปสรรคเช่นต้นไม้ใหญ่ สิ่งก่อสร้างเดิมใต้ดิน เป็นต้น
2. การตอกเข็ม การ ตอกเข็มปัจจุบันมี 2 อย่างคือเข็มตอก แบบดั้งเดิม และเข็มเจาะ ในกรณีที่พื้นที่จำกัด สถานที่ก่อสร้างอยู่ชิดติดสิ่งก่อสร้างอื่นๆ จะตอกเข็มไม่สะดวก หรือเมื่อตอกลงไปแล้ว จะไปกระทบกระเทือนเขา ทำให้พังเสียหายทะเลาะกันวุ่นวาย หรือบางรายก็ถึงกับฟ้องศาลกันเลยก็มีบ่อย การตรวจดูคือ ตรวจดูเสาเข็มก่อนว่าสภาพดี มีมาตรฐานหรือไม่ ไม่บิดงอ แตกร้าว ไม่ใช่ตอกไปแล้วหักคาที่ การตอกก็มีหลักคือตอกให้ตรง ไม่เอียงซ้ายเอียงขวา ตอกลงไปแล้วแน่นดี ไม่ใช่ตอกปุ๊บหายลงไปในดินปั๊บ นั่นแสดงว่าดินมันอ่อนไป ไม่รับน้ำหนัก เพราะหน้าที่ของเสาเข็ม คือรับน้ำหนักทั้งหมดของตัวบ้าน บ้านจะทรุดไม่ทรุดก็อยู่ตรงนี้แหละ ตอกให้ได้ครบจำนวน หรือถ้าหักก็ต้องตอกเสริมให้ครบตามที่วิศวกรระบุ
3. การทำฐานราก
ต้อง ขุดดินออกจากก้นหลุมให้ใหญ่กว่าฐานรากที่จะทำ ถ้ามีน้ำก็ต้องสูบน้ำออกก่อน ระดับความลึกคือวางอยู่บนหัวเสาเข็มพอดี และเททรายและคอนกรีตหยาบ รองพื้นก่อนที่ตั้งแบบไม้ และวางเหล็ก เหล็กเสาตอม่อก็ต้องตั้งตรงได้ดิ่งกับพื้น
4. งานคอนกรีตทั่วไป
คือ ส่วนที่เป็นโครงสร้างทั้งหมดของอาคาร เช่น เสา คาน พื้น ที่เขียนย่อในแบบว่า ค.ส.ล. นั้นย่อมาจาก คอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นส่วนประกอบหลักที่ให้ความแข็งแรงกับโครงสร้าง คือคอนกรีตและเหล็กเสริม คอนกรีตอย่างเดียวก็จะแข็งแต่ไม่เหนียว เหล็กอย่างเดียวเหนียวแต่งอได้ จึงต้องใช้มาผสมกัน เพิ่งดูข่าวน้ำท่วมตจว.ไปหยกๆ เห็นน้ำท่วมผ่านถนนขาด รถวิ่งมาถนนพังตกน้ำลงไปทั้งคัน ชาวบ้านมายืนชี้ให้ดูรอยหักของถนน ปรากฏว่าไม่มีเหล็กเสริม มันถึงหักตกน้ำไปได้ง่ายๆ โกงกันหน้าด้านๆเลยนิ
ส่วน คอนกรีตนั้น ถ้าสั่งแบบสำเร็จรูปมาเป็นคันรถเทเลยก็จะได้มาตรฐานดีมาก แต่ถ้าผสมเองต้องดูเขาหน่อย เพราะคอนกรีต ประกอบด้วย ปูนซีเมนต์ ทราย และหิน เป็นสัดส่วนกัน คือ 1:2:4 แล้วก็ต้องผสมน้ำพอประมาณ ไม่เหลวไป ข้นไป และน้ำที่ใช้ต้องเป็นน้ำสะอาดด้วย จะให้ช่างมักง่าย บางทีตักเอาน้ำคลองข้างบ้านมาผสม ขุ่นคลั่กเลย ใช้ไม่ได้ คอนกรีตถ้าผสมเหนียวไปก็เทไม่ค่อยลงเต็มแบบไม้ ต้องมีอุปกรณ์เขย่าคอนกรีตให้อัดตัวแน่น เต็ม พอถอดแบบออกมาแล้วสวยเนียน ไม่เว้าแหว่งเป็นรูโพลง
5. การตั้งไม้แบบ
การ เทส่วนโครงสร้างทั้งหมด จะต้องตั้งไม้แบบก่อน เพื่อวางเหล็กเสริม อันนี้ต้องดูให้ดีเพราะช่างมักทำไม่เรียบร้อยเสมอ ตั้งเสาไม่ตรงไม่ได้ดิ่ง หรือบางทีตั้งคานเอียงไม่ได้ระดับ พอหล่อมาแล้ว ดีไม่ดี เขาไม่ค่อยยอมทุบยอมทำใหม่นะ เพราะทุบรื้อทีก็เสียของ (ที่จริงมันของของเรา)
6. งานผูกเหล็ก
เหล็ก เสริมมันก็มีขนาดเส้นใหญ่เล็กต่างกันไปเรียกตามความเล็กใหญ่ว่า มิล ตามมาตราเมตริกที่ specในแบบ แต่ช่างจะชอบเรียกเป็นหุน แบบเก่า คือหน่วยเป็นนิ้ว 1 นิ้วมี 8 หุน เหล็กเล็กก็มักจะใช้ทำเหล็กปลอก ส่วนเหล็กใหญ่ก็เสริมเป็นเหล็กยืนเสริมเสาคานเสริม เหล็กเสริมก็ดูซักหน่อยว่าได้เหล็กเต็มตาขนาด (จะดูยากสักหน่อย) ไม่เป็นสนิม ดัดตรงดี เหล็กปลอก ซึ่งควรมีระยะห่างเท่าๆกันไม่ใช่ถี่บ้างห่างบ้าง แต่บางจุดที่จะเน้นความแข็งแรง วิศวกรก็จะเสริมพิเศษให้ถี่ขึ้นอีก เสร็จแล้วก็จะใช้ลวดผูกเหล็กผูกเหล็กยืนและเหล็กปลอกเข้าด้วยกันทุกๆจุดที่ เหล็กทาบกัน จึงจะเรียบร้อย แข็งแรงพร้อมเทคอนกรีต ไม่แอ่นโค้งไปมา
7. การบ่มคอนกรีตและถอดแบบ
เมื่อ เทคอนกรีตเสร็จแล้ว ต้องรอคอนกรีตแห้งก่อน เพราะคอนกรีตยิ่งแห้งยิ่งมีกำลังรับน้ำหนักได้ดี คงเคยเห็นข่าวตึกถล่มตอนก่อสร้างบ่อยๆ เพราะช่างมันรีบเกินไป คอนกรีตยังไม่แห้ง ไม่setตัว ก็ถอดแบบ ตั้งแบบชั้นบนๆขึ้นไปอีก เมื่อคอนกรีตยังรับน้ำหนักไม่ได้เต็มที่ ก็พังลงมาก่อนแน่นอน
การบ่ม คือเอากระสอบป่านชุบน้ำคลุมไว้ หรือใช้แผ่นพลาสติกห่อคล้ายๆที่เราใช้ wrap ห่ออาหาร จะทำให้คอนกรีตค่อยๆแห้งและได้กำลังรับสูง แต่ช่างไม่ชอบ เพราะเสียเวลา งานช้าเปลืองค่าแรงลูกน้อง
8. งานไม้
งานไม้ แบ่งเป็น 2 ประเภท คืองานโครงสร้างภายใน และส่วนประกอบภายนอก โครงสร้างภายในเช่นโครงเคร่า ฝ้าเพดาน โครงฝา ควรทาน้ำยากันปลวก มอดเสียก่อนที่จะกรุ ส่วนระบบที่วางท่อน้ำยากันปลวกตามโครงสร้างอาคารนั้น เท่าที่เห็นมันไม่ค่อยworkเท่าไหร่ แค่สร้างความมั่นใจเท่านั้น กันปลวกจริงๆไม่ค่อยได้ (นี่ไปขัดทางทำมาหากินของใครเข้ามั่งไม่รู้) เพราะการวางท่อนั้นไม่สามารถกำหนดตำแหน่งให้น้ำยามันฉีดไปได้ทั่วทุกส่วน แล้วปลวกนี่ก็ฉลาดคล้ายแมลงสาบนะครับ กำจัดยากจริงๆ ทางที่ดีคือต้องหมั่นตรวจตราบ้านเราอยู่เสมอ เหมือนเช็คสุขภาพผู้สูงอายุนั่นแหละ เวลาปลวกมันขึ้นมันจะมีทาง มีรอย การเสียเงินจ้างคนกำจัดปลวกคอยดูตามระยะเวลาก็จะดีกว่า (ตามความเห็นของผมนะ) แต่ก็ต้องเลือกบริษัทที่รับผิดชอบดีด้วย พวกที่วางท่อไว้ ก็เห็นต้องมาเรียกใช้บริการพวกนี้อยู่ดี
ส่วนประกอบ อื่นภายนอก ได้แก่ไม้เชิงชาย ระแนงฝ้าเพดาน พวกนี้เป็นส่วนโชว์ ไม่หลบซ่อนตัวเหมือนพวกโครงต่างๆ จึงต้องมีการใสขัดผิวให้เรียบ ไม่เป็นเสี้ยน การให้ช่างสั่งโรงไม้ใสมาให้เราเลยก็สะดวกและได้มาตรฐานดี แต่จะได้ไม้มาไม่เต็มเพราะเครื่องใสออกไปแล้ว แต่ก็ดีกว่าให้ช่างมานั่งใสในที่ ซึ่งควรจะเป็นการขัดละเอียดก่อนลงสี ลงน้ำยามากกว่า ยิ่งเฉพาะบันใดด้วยแล้ว เราจะต้องสัมผัสใกล้ชิด นี่ต้องให้เนียนกว่าเพื่อน
ส่วนเคร่าฝ้าปัจจุบัน นิยมใช้ยิบซั่มกันมากกว่าไม้ เพราะราคาถูกกว่า แล้วค่อยไปว่าเรื่องยิบซั่มอีกทีหลัง
9. งานก่ออิฐ
ส่วน ใหญ่คือการก่ออิฐผนังและแผงกำแพง ที่นิยมที่สุดคืออิฐมอญและคอนกรีตบล็อก การก่ออิฐผนังจะต้องมีเหล็กเสริมหนวดกุ้งเสริมยื่นออกมาจากเสาเตรียมไว้แล้ว เพื่อยึดผนังกับเสาให้แข็งแรง ก่อนก่ออิฐต้องเอาอิฐไปแช่น้ำให้อิ่มน้ำก่อน แล้วจึงนำมาใช้ ไม่งั้นอิฐที่แห้งจะดูดน้ำจากปูนก่อจนปูนก่อแห้งไป ไม่ยึดติดอิฐก่อ จะหลุดร่วงได้ก่อนฉาบปูนด้วยซ้ำ
การก่ออิฐต้อง เริ่มจากมุมเสาก่อนและขึงแนวกำแพงทั้งทางตั้ง ทางนอนไว้เป็นระยะ เวลาก่อจะได้ไม่เลื้อยเป็นงู ถ้าผนังยาวหรือ สูงมากจะต้องมีเอ็นค.ส.ล.เสริมยึดให้แข็งแรงด้วย
งาน ก่ออิฐเดี๋ยวนี้ไม่ใช่กำแพงอิฐล้วนๆอย่างเดียว แต่ยังฝังงานระบบสารพัดอย่างลงไปด้วย เช่นระบบน้ำ ระบบไฟ ต้องให้ช่างประสานงานและเว้นงานให้สัมพันธ์กัน ไม่อย่างนั้น เวลาจะมาวางระบบต้องรื้อต้องเจาะกันอยู่เรื่อย กำแพงที่ก่อไว้แล้วก็อาจเสียหาย หรือไม่แข็งแรง การเสริมเอ็นค.ส.ล.ตามแนวผนัง หรือล้อมรอบวงกบประตูหน้าต่าง
10.งานฉาบปูน
ก่อน การฉาบปูนต้องทำการจับเซี้ยม ตามระดับขอบเสา มุม ผนังเสียก่อนเพื่อความเรียบร้อย และได้ดิ่ง ได้ฉาก ก่อนฉาบก็ต้องรดน้ำผนังก่ออิฐให้ชุ่มเสียก่อนเช่นเดียวกัน จะช่วยไม่ให้ผนังแตกร้าวเพราะอิฐดูดน้ำไปจากปูนฉาบ ส่วนผนังภายนอกที่โดนแดดมากๆ ก็ต้องให้น้ำกันหน่อย รดน้ำซะ 3 วัน จะไม่แตกลายงาภายหลัง เพราะปูนมันแห้งเร็กว่าปกติ แล้วอย่าลืมวางระบบต่างๆเสียให้เสร็จ จะได้ไม่ต้องมาสะกัดอีกภายหลัง เพราะไม่ว่าการฉาบปูนซ่อมใหม่จะทำได้เรียบร้อยปานใด ก็ยังมีร่องรอยอยู่ดี เพราะปูนทำกันคนละที ไม่สนิทเป็นเนื้อเดียวกัน การทาสีอาจกลบไม่หมด ต้องติด wallpaper แทน เสียเงินมากขึ้นไปอีก การฉาบปูนผนังห้องน้ำต้องทำผิวให้หยาบเพื่อปูกระเบื้องเคลือบ การ ฉาบปูนภายนอก ควรตั้งนั่งร้านให้แข็งแรง การทำงานจะง่าย เร็ว และปลอดภัย และได้งานที่ดี ถ้านั่งร้านไม่แข็งแรง เกิดอุบัติเหตุ ก็จะมีผลกระทบกับงาน ที่จริงผู้รับเหมาจะต้องรับผิดชอบเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน แต่บางทีก็มั่ว หรือหาเหตุที่มากระทบเรา เข้าจนได้
11. การติดตั้งวงกบ ประตู หน้าต่าง
การ ติดตั้งวงกบประตูหน้าต่างถ้าไม่ยึดติดกับเสา จะต้องทำเอ็นค.ส.ล.ทุกด้านเพื่อความแข็งแรง และต้องให้ได้ดิ่งเสมอ เวลาใช้งานนานๆ จะได้ไม่แตกร้าวที่มุมประตู ถ้าวงกบใช้ไม้ดีๆสวยๆก็ควรทาน้ำมันเคลือบผิวไว้ก่อน จะได้ไม่เปื้อนน้ำปูน เวลามาลงชเลคภายหลังก็จะสวย ไม่มีรอยปูนเปื้อนให้หงุดหงิด เพราะมันล้างไม่ออก การติดตั้งบานประตูหน้าต่าง ต้องใสแต่งขอบบานให้เรียบร้อยให้หลวมๆนิดหน่อย เผื่อความหนาสำหรับวัสดุทาผิวด้วย ไม่งั้นตอนใส่บานมันเปิดง่ายดี แต่พอทาสีไปแล้วทำไมมันฝืดจัง บานประตูถ้าเป็นไม้อัดจะต้องดูด้วยว่าใช้ภายในหรือภายนอก เพราะคุณสมบัติและราคามันผิดกัน ถ้าเอาของภายในไปใช้ภายนอก ไม่นานก็บวม อย่าเชื่อช่างหรือขี้เหนียวเกิน การ ใช้บานพับติดตั้งก็ต้องดูด้วยว่า ติดตั้งกับบานอะไร คือต้องใช้ขนาดให้เหมาะสมกับน้ำหนักของบานนั้นๆ บานใหญ่ หนัก ก็ต้องใช้บานพับใหญ่ตามกัน ถ้าบานพับเล็กไป ไม่นานบานจะตกเอียงปิดไม่เข้า เดือดร้อนภายหลังจะหาช่างมาเปลี่ยนก็ยาก เพราะงานเล็กๆ ช่างไม่ชอบทำ ถึงแม้เราคิดว่าเราจ่ายกะตังค์จ้าง แต่อย่าลืมว่าช่างเขาก็หางานที่ทำง่าย เสร็จเร็ว รายได้ดีกว่า เสมอ แถมรูปการจับเซี้ยมขอบระเบียง จะเห็นชัดเจนว่าเพื่อให้ขอบสันต่างๆ ตรง เรียบ ได้ขนาด และระยะ
ตัวอย่างผลงานการก่อสร้าง
โครงการที่พักอาศัย 5 ชั้น 65 ห้อง ซอยชานเมือง 2 รัชดา งบประมาณ 13,000,000 บาท ( ยกเว้นงานระบบและงานตกแต่งภายใน ) ระยะเวลาก่อสร้าง 12 เดือน กำลังก่อสร้าง เริ่ม15 พ.ย. 2549 - 15 พ.ย. 2550

โครงการที่พักอาศัย 5 ชั้น 60 ห้อง ปากเกร็ด งบประมาณก่อสร้าง 12,650,000 บาท ( ยกเว้นงานระบบและตกแต่งภายใน ) ระยะเวลาก่อสร้าง 12 เดือน กำลังก่อสร้าง เริ่ม 20 ตุลาคม 2549 - 20 ตุลาคม 2550

โครงการที่พักอาศัย 8 ชั้น ระบบพื้นไร้คาน ( POSTTENTION ) รัชดาซอย 10 แยก 7 มูลค่างาน 12,600,000 บาท ก่อสร้างเมื่อ 20 ธ.ค. 2548 - 31 ธ.ค. 2549 ระยะเวลาในสัญญา 12 เดือน

โครงการ โรงาน ผลิตแม่สี อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ราคาก่อสร้าง 8,000,000 บาท ก่อสร้างเมื่อ 28 มี.ค. 2547 - 21 ธ.ค. 2547 ระยะเวลาในสัญญา 10 เดือน แล้วเสร็จ 9 เดือน

|